ข้อมูลทั่วไปตำบลพระบุ

คำว่า “ พระบุ” หมายถึง พระพุทธรูปปรางค์สมาธิองค์หนึ่ง ที่แสดงปาฏิหาริย์ ปรากฏ

รูปโฉมให้เห็นในลักษณะโผล่ขึ้นมาจากดินประมาณครึ่งองค์ ซึ่งต่อมาชาวบ้านขนานนามพระพุทธรูปองค์นั้นว่า “ พระเจ้าใหญ่” เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ขณะนี้ประดิษฐานอยู่วัดบริบูรณ์ บ้านพระบุ

1.2 ที่ตั้ง และอาณาเขต

ตำบลพระบุ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอพระยืน ระยะทางห่างจากอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร มีพื้นที่ถือครองทั้งตำบล 13,316 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 12.46 ของพื้นที่ทั้งอำเภอ มีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับเขตตำบลขามป้อม
ทิศใต้ ติดต่อกับเขตกิ่งอำเภอบ้านแฮด จ. ขอนแก่น
ทิศตะวันออก ติดต่อกับเขตตำบลบ้านโต้น
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอมัญจาคีรี จ. ขอนแก่น

ตำบลพระบุแบ่งเขตการปกครอง จำนวน 8 หมู่บ้านคือ บ้านพระบุ หมู่ที่ 1, บ้านพระ เนาว์ หมู่ที่ 2, บ้านหัน หมู่ที่ 3, บ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4, บ้านโพธิ์ขุมดิน หมู่ที่ 5, บ้านท่างาม หมู่ที่ 6, บ้านใหม่ชัยพร หมู่ที่ 7 , บ้านหัน หมู่ที่ 8

ลักษณะการตั้งบ้านเรือน

ลักษณะการตั้งบ้านเรือน อยู่รวมกันเป็นกลุ่มหนาแน่น ตามแนวยาวของถนน ชุมชนที่มี

ขนาดใหญ่และหนาแน่น ( เรียงจากมากไปหาน้อย) คือ บ้านพระบุหมู่ที่ 1, บ้านพระเนาว์ หมู่ที่ 2, บ้านหัน หมู่ที่ 3, บ้านหัน หมู่ที่ 8, บ้านโพธิ์ขุมดิน หมู่ที่ 5, บ้านใหม่ชัยพร หมู่ที่ 7, บ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4, และบ้านท่างาม หมู่ที่ 6 ตามลำดับ

1.5 การคมนาคม

ตำบลพระบุมีเส้นทางในการติดต่อกับตลาดภายนอก เส้นทางที่สำคัญ ดังนี้

1.5.3 เส้นทางคมนาคมติดต่อระหว่างหมู่บ้านภายในตำบล เป็นถนนลูกรัง ใช้การได้ดีตลอดปี ทุกเส้นทาง

ตำบลพระบุ มีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ความสูงเหนือระดับน้ำ

ทะเลปานกลางระหว่าง 150 – 170 เมตร พื้นที่ลาดเทจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก ลักษณะภูมิประเทศแบ่งได้ 2 ลักษณะ คือ

1.6.1 บริเวณที่ดอน พบอยู่บริเวณทิศใต้บ้านพระบุ หมู่ที่ 1, บ้านใหม่ชัยพร หมู่ที่ 7 และบ้านหัน หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 8 พื้นที่บริเวณนี้เกษตรกรยังใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการทำนา แต่มักประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงและขาดแคลนน้ำในฤดูกาลเพาะปลูก เป็นประจำทุกปี

เมื่อพิจารณาจากข้อมูล กรมพัฒนาที่ดิน พื้นที่บริเวณที่เหมาะสำหรับปลูกไม้ผลไม้ยืนต้น ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์มากกว่าการทำนา ดังเหตุผลที่กล่าวแล้วข้างต้น

1.6.2 บริเวณที่ราบลุ่ม พบมากบริเวณบ้านโพธิ์ขุมดิน หมู่ที่ 5, บ้านพระบุ หมู่ที่ 1 บ้านพระเนาว์ หมู่ที่ 2 บ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4 และบ้านท่างาม หมู่ที่ 6 ตามลำดับ ทั้งนี้ บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มและเป็นร่องทางน้ำ ที่จะไหลลงแก่งกุดโคดและแม่น้ำชี เกษตรกรใช้ประโยชน์เพื่อการทำนา บางปีในช่วงฤดูฝนมักประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้พืชผลได้รับความเสียหาย

 

1.7 ทรัพยากรดิน

1.7.1 ดิน ความอุดมสมบูรณ์ของดินในตำบลพระบุจะมีมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับแหล่งวัตถุต้นกำเนิดดิน ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะการใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ ซึ่งสามารถแบ่งตามลักษณะการกำเนิดของดินออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

อุดมสมบูรณ์ต่ำ มีพื้นที่ไม่มากนัก แบ่งตามสภาพที่เกิดเป็น 2 กลุ่มย่อย ได้แก่

สมบูรณ์สูง แต่มักประสบปัญหาน้ำท่วม พืชผลได้รับความเสียหายได้

1.2. ดินที่เกิดในที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงสูง ทำนาได้ผลผลิตสูง โครงสร้างเป็นดินเหนียว

2. ดินที่เกิดในที่ราบต่ำของตะพักลำน้ำ บริเวณนี้พื้นที่จะราบเรียบหรือค่อนข้างราบเรียบสม่ำเสมอ ใช้ในการทำนา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อยดังนี้

2.1 ดินร่วนปนทรายที่มีหน้าดินลึก เป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ การระบายน้ำดีปานกลางถึงดี ชุดดินที่พบมาก ได้แก่ ชุดดินร้อยเอ็ด

ทุกหมู่บ้าน

3. ดินที่เกิดบนที่สูง เกิดในสภาพพื้นที่ตะพักลำน้ำระดับปานกลาง แบ่งตามลักษณะ

ของดิน ได้แก่

3.1 ดินตื้นมีเศษหินและลูกรังปน จะพบกรวดและลูกรังบริเวณผิวดิน มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ยังมีสภาพเป็นป่าละเมาะ พบมากบริเวณบ้านใหม่ชัยพร หมู่ที่ 7 ชุดดินที่พบในบริเวณนี้ ได้แก่ ชุดดินโพนพิสัย

(1) ชุดดินร้อยเอ็ด มีประมาณ 49 % ของพื้นที่ตำบล สภาพพื้นที่ราบเรียบถึงค่อนข้าง

ราบเรียบ เนื้อดินมีลักษณะร่วนปนทราย, ทรายปนร่วน สีน้ำตาลเข้มถึงสีเทา ดินล่างเป็นดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย ความเป็นกรดด่าง 5.0 – 5.5 ปริมาณอินทรีย์วัตถุทั่วถึงปานกลางเหมาะสมในการทำนาปานกลาง พบบริเวณบ้านพระเนาว์ หมู่ที่ 2 บ้านโพธิ์ขุมดิน หมู่ที่ 5 บ้านพระบุ หมู่ที่ 1 และบ้านหัน หมู่ที่ 3, 8

(2) ชุดดินโคราช มีประมาณ 20% ของพื้นที่ตำบล สภาพพื้นเป็นลูกคลื่นลอนลาด เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทราย สีน้ำตาลเข้มปนเทา หน้าดินลึก การระบายน้ำดีปานกลาง ดินชั้นล่างเป็นดินเหนียวปนทราย ความเป็นกรดด่าง 5.0 – 6.0 ปริมาณอินทรีย์วัตถุต่ำ เหมาะกับการปลูกพืชไร่ ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ บริเวณใกล้หมู่บ้านใช้ปลูกไม้ผลและพืชผัก พบบริเวณบ้านพระบุ หมู่ที่ 1 บ้านพระเนาว์ หมู่ที่ 2 และบ้านหัน หมู่ที่ 3 และ 8

(3) ชุดดินโพนพิสัย มีประมาณ 14% ของพื้นที่ตำบล สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงหรือที่ดอน เนื้อดินชั้นบนมีลักษณะร่วนเหนียว ดินชั้นล่างเป็นดินร่วนเหนียวถึงดินเหนียว การระบายน้ำเลว ความเป็นกรดด่าง 6.0 – 6.5 ปริมาณอินทรีย์วัตถุต่ำ เหมาะสมปานกลางสำหรับการปลูกข้าวและไม้ผลไม้ยืนต้น พบบริเวณบ้านพระบุ หมู่ที่ 1, บ้านพระเนาว์ หมู่ที่ 2, บ้านหัน หมู่ที่ 3 และบ้านใหม่ชัยพร หมู่ที่ 7

(4) ชุดดินน้ำไหลทรายมูล (Allurial Complex) มีประมาณ 8% เนื้อดินค่อนข้างเหนียว ความอุดมสมบูรณ์ของดินสูง การระบายน้ำดีปานกลาง พบมากบริเวณลุ่มแม่น้ำชี พบบริเวณบ้านท่างาม หมู่ที่ 6, บ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4, บ้านพระบุ หมู่ที่ 1, บ้านหัน หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 8 เหมาะสมกับการทำนา

สีน้ำตาลเข้มถึงสีน้ำตาลเทา ดินล่างเป็นดินร่วน, ร่วนเหนียวปนทราย ความเป็นกรดเป็นด่าง ประมาณ 5.0 – 5.5 ปริมาณอินทรีย์วัตถุต่ำถึงปานกลาง เหมาะสมปานกลงกับการทำนา พบบริเวณบ้านพระบุ หมู่ที่ 1, บ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4, และบ้านใหม่ชัยพร หมู่ที่ 7

สมบูรณ์สูง เหมาะกับการทำนา พบบริเวณบ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4 และบ้านท่างาม หมู่ที่ 6

ดินเค็มมีการแพร่กระจายอยู่ทุกหมู่บ้าน ความรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และ

การใช้ประโยชน์ที่ดินของแต่ละแห่ง จำแนกออกได้ 3 ระดับ คือ

หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 8 บ้านพระบุ หมู่ที่ 1 บ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4 และบ้านท่างาม หมู่ที่ 6

3. บริเวณที่มีผลกระทบจากเกลือรองรับอยู่ข้างล่าง พบกระจายอยู่ทุกหมู่บ้าน

 

 

1.8.1 แหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญของตำบลพระบุ มีดังนี้

1. แม่น้ำชี ไหลผ่านพื้นที่ของตำบลพระบุ เป็นระยะทางยาว 7 กิโลเมตร ได้แก่ บ้านหัน หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 8 บ้านพระบุ หมู่ที่ 1 บ้านใหม่ชัยพร หมู่ที่ 7 บ้านโจดน้อย หมู่ที่ 4 และบ้านท่างามหมู่ที่ 6 มีน้ำตลอดปี โดยมีจุดสูบน้ำพลังงานไฟฟ้า จำนวน 2 จุด คือ บ้านหัน หมู่ที่ 3 พื้นที่รับน้ำประมาณ 3,000 ไร่ และบ้านท่างาม หมู่ที่ 6 พื้นที่รับน้ำประมาณ 3,500 ไร่ ฤดูฝนเกษตรกรใช้น้ำในการทำนาและปลูกผัก ส่วนฤดูแล้งเกษตรกรใช้น้ำในการปลูกข้าวโพดรับประทานฝักสดและพืชผัก

2. หนองพระบุ มีพื้นที่ 241 ไร่ ตั้งอยู่ระหว่าง 3 หมู่บ้าน คือบ้านพระบุ หมู่ที่ 1, บ้านพระเนาว์ หมู่ที่ 2 และบ้านหัน หมู่ที่ 8 การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรมีน้อย เนื่องจากเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาหมู่บ้านและใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งเป็นสถานที่ตั้งที่ทำการ อบต. และสถานีอนามัยตำบลพระบุ การใช้ประโยชน์ทางการเกษตรกรรม ได้แก่ การเลี้ยงปลาในกระชัง จำนวน 20 กระชัง โดยเลี้ยงตลอดปี ๆ ละ 3 – 4 รุ่น

3. หนองโดน พื้นที่ 114 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้น้ำชี มีน้ำตลอดปี แต่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรน้อยมาก เพียงปล่อยเป็นแหล่งอาหารทางธรรมชาติ และใช้เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์เท่านั้น

การที่จะพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อใช้ในการเกษตรนั้น ยังมีข้อกำจัดหลายประการที่จะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไข อาทิเช่น งบประมาณ หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือแม้แต่ตัวเกษตรกรในพื้นที่เอง จำเป็นต้องสร้างจิตสำนึก ตลอดจนการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบและร่วมรับผลประโยชน์ จึงจะทำให้การพัฒนาไปสู่ความยั่งยืน

1.8.2 แหล่งน้ำที่สร้างขึ้นใหม่ ได้แก่ ฝาย 5 แห่ง บ่อน้ำตื้น 5 แห่ง บ่อโยก 149 แห่ง ประปาบาดาล 8 แห่ง ประปาผิวดิน 1 แห่ง รวมถึงสระน้ำประจำไร่นาที่เกษตรกรจัดทำขึ้นเองและได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตร

 

ภูมิอากาศเป็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญมากที่สุดประการหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วย พลังงานรังสี

ดวงอาทิตย์ แสงแดด อุณหภูมิ ความชื้น ลม เมฆ น้ำฝน ความกดอากาศ ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้มีผลต่อการเกษตรทั้งสิ้น

จากสภาพที่ตั้งของตำบลพระบุ สามารถแบ่งฤดูกาลออกได้ 3 ฤดู คือ

ฤดูฝน เริ่มประมาณเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับอิทธิพลจากร่อง

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพาเอาความชื้นมาจากมหาสมุทรอินเดีย

ฤดูหนาว เริ่มประมาณเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่มี

อากาศหนาวเย็น ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน

ฤดูร้อน เริ่มประมาณเดือนมีนาคม ถึงเดือน เมษายน อากาศจะร้อนอบอ้าว อุณหภูมิสูง

โดยได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งพัดพาเอาอากาศร้อนชื้นมาจากทะเลจีนใต้

 

 

 

จากข้อมูลของสถานีตรวจอากาศ หมวดอุตุเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ปี 2545 ซึ่งเป็นจุดตรวจวัด ที่ใกล้อำเภอพระยืนมากที่สุด พบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปี ประมาณ 27.1 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดในเดือน เมษายน เฉลี่ยประมาณ 30.8 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดในเดือนธันวาคม เฉลี่ย 22.9 องศาเซลเซียส อุณหภูมิเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืช โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะจำกัดการเจริญเติบโตของพืช ดังนั้นการกำหนดช่วงระยะเวลาปลูกพืช การเลือกชนิดพืช ควรพิจารณาด้วยความรอบคอบและเหมาะสม